
วันที่ 17 กรกฎาคม 2567 เวลา 08.00 น. ณ ห้องแกรนด์ ฮอลล์ 2 โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ
นายสมาน พั่วโพธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันการพัฒนาชุมชน มอบหมายให้กลุ่มงานวิจัยและพัฒนา โดยนายนัฐปกรณ์ รวีธนาธร นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการพิเศษ และนางสาวอณิษฐา หาญภักดีนิยม นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ เข้าร่วมรับฟังการสัมมนาเผยแพร่ผลการศึกษาการพัฒนารูปแบบการสร้างความร่วมมือเพื่อเน้นผลลัพธ์ทางสังคมในการจัดบริการทางสังคมสำหรับประชากรกลุ่มเปราะบาง (Social Impact Partnership Model of Social Service for Vulnerable Population) โดยกองพัฒนานโยบายและนวัตกรรมทางสังคม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งการสัมมนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ผลการศึกษา รวมทั้งรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ต่อไป โดยมีนายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวเปิดงาน และนางนันท์นัดดา ฤทธิ์มนตรี ผู้อำนวยการกองพัฒนานโยบายและนวัตกรรมทางสังคม กล่าวรายงาน พร้อมนำเสนอผลการศึกษาการพัฒนารูปแบบการสร้างความร่วมมือ เพื่อเน้นผลลัพธ์ทางสังคมในการจัดบริการทางสังคมสำหรับกลุ่มเปราะบาง ให้เกิดการขยายผลด้านสังคม โดยเฉพาะการจัดบริการทางสังคมแก่กลุ่มเปราะบาง ซึ่งภาครัฐก็ยังไม่สามารถดูแลได้อย่างครอบคลุม เกิดความเหลื่อมล้ำ เข้าไม่ถึงสิทธิในการดูแล ดังนั้น จึงเกิดการทำงานรูปแบบใหม่มองโอกาสและสิทธิการดำเนินงาน เพื่อดูแลพี่น้องประชาชนให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง ผ่านการใช้เครื่องมือในรูปแบบ Social Impact Partnership (SIP) Model เป็นนวัตกรรมที่เกิดจากความร่วมมือจากทั้งภาคเอกชน ภาครัฐ และองค์กรภาคสังคม เพื่อร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อประเทศที่วัดผลได้ในด้านต่าง ๆ เช่น ด้านการศึกษา ด้านสิ่งแวดล้อม และด้านการลดความยากจน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากรกลุ่มเปราะบางได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หลังจากนั้น เวลา 10.00 น. ร่วมรับฟังเสวนาในหัวข้อ “SIP ความท้าทายใหม่กับการลงทุนเพื่อสังคม” โดยได้รับเกียรติจาก ดร.บุญวรา สุมะโน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) นายธนะชัย สุนทรเวช ผู้จัดการอาวุโสด้านการพัฒนาหุ้นส่วนทางสังคมและการมีส่วนร่วม สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย และนางสาวศิรี จงดี รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)
SIP Model ถือเป็นต้นแบบความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ในการออกแบบดำเนินการ และให้ทุนสนับสนุนโครงการแก้ปัญหาสังคมที่เน้นเชิงป้องกัน (Preventive) และให้ความช่วยเหลือแต่แรกเริ่ม (Early intervention) เพื่อให้เกิดผลกระทบทางสังคมทางบวกที่เป็นรูปธรรม และลดค่าใช้จ่ายงบประมาณรัฐในการแก้ปัญหาที่จะเกิดขึ้น จึงนับเป็นเรื่องท้าทายสำหรับประเทศไทย และเป็นจิ๊กซอว์ตัวใหม่ที่อาจมาเติมเต็มหนทางสู่การพัฒนาด้านความยั่งยืน เพราะการลงทุนทางสังคม “ทุน” จึงไม่ใช่แค่เงินเท่านั้น แต่ยังหมายถึง ทุนมนุษย์ ทุนความรู้ ตลอดจนทุนทางสังคมที่รอการเสริมพลังเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงโดยผู้คนในสังคมได้อย่างมีศักยภาพและเกิดผลลัพธ์ทางสังคมในการจัดบริการทางสังคมสำหรับประชากรกลุ่มเปราะบางให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างยั่งยืน
ภาพ/ข่าว : สถาบันการพัฒนาชุมชน
#กรมการพัฒนาชุมชน
#กระทรวงมหาดไทย
#MOI
#130ปีกระทรวงมหาดไทย
#บำบัดทุกข์บำรุงสุข
#ChangeForGood
#สถาบันการพัฒนาชุมชน
#กลุ่มงานวิจัยและพัฒนา